YMFTHAI-FAQ Google เทคนิคบน Microsoft Word ที่ทำให้เราทำงานได้เร็วมากขึ้น

เทคนิคบน Microsoft Word ที่ทำให้เราทำงานได้เร็วมากขึ้น

1. คัดลอกและวางรูปแบบและสีของตัวอักษร (Font style)

เลื่อน Cursor มาที่ตัวอักษรหรือข้อความที่ต้องการคัดลอกรูปแบบแล้วกดปุ่ม CTRL + SHIFT + C

ภาพการกดปุ่ม CTRL + SHIFT + Cและระบายเลือกข้อความที่ต้องการทำให้รูปแบบให้เหมือนกับต้นฉบับโดยการกดปุ่ม CTRL + SHIFT + V

Advertisement

ภาพการกด CTRL + SHIFT + V

2. ทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง

เลือกที่รูปทุกรูปแล้วไปที่คำสั่ง Compress Picture ใน Tab “Format” จะทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลงอย่างมาก เนื่องจากไฟล์รูปภาพถูกลดขนาดลง

ภาพการเรียกใช้คำสั่ง Compress Format

3. ทำให้ข้อความเล็กลงหรือใหญ่ขึ้นโดยใช้ Hot Key บน Keyboard

เพียงแค่ระบายข้อความแล้วกด CTRL + SHIFT + < เพื่อให้ข้อความเล็กลง

ภาพการกด CTRL + SHIFT + <และกด CTRL + SHIFT + > เพื่อให้ข้อความใหญ่ขึ้น

ภาพการกด CTRL + SHIFT + >

4. เลือกข้อความที่ไม่อยู่ติดกัน

โดยการกดปุ่ม SHIFT และ CTRL พร้อมกับระบายเลือกข้อความที่ต้องการ

ภาพการกด CTRL + SHIFT เพื่อเลือกข้อความ
ภาพการเลือกข้อความที่อยู่ไม่ติดกัน

5. เลื่อน Cursor แบบรวดเร็วไปทีละข้อความ

โดยการกดปุ่ม CTRL ค้างไว้และใช้ลูกศรซ้ายหรือขวาในการเลื่อน Cursor จะทำให้ Cursor ขยับไปทีละข้อความ

6. ไปที่เอกสารหน้าแรกและหน้าสุดท้ายแบบรวดเร็ว

โดยการกดปุ่ม CTRL + HOME เพื่อไปหน้าแรกของเอกสาร

ภาพการกดปุ่ม CTRL + HOME

และกดปุ่ม CTRL + END เพื่อไปหน้าสุดท้ายของเอกสาร

Advertisement

ภาพการกดปุ่ม CTRL + END

7. จัดข้อความให้อยู่กึ่งกลาง ชิดซ้ายหรือชิดขวา

ระบายเลือกข้อความไว้ก่อนและกดคีย์บอร์ดตามที่ต้องการ

กด ALT + L เพื่อจัดให้ข้อความอยู่ชิดซ้าย

กด ALT + E เพื่อจัดให้ข้อความอยู่กึ่งกลาง

กด ALT + R เพื่อจัดให้ข้อความอยู่ชิดขวา

8.  เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์เล็กหรือตัวพิมพ์ใหญ่

โดยการเลือกข้อความที่ต้องการแล้วกด SHIFT + F3 ข้อความจะเปลี่ยนรูปแบบไปตามที่ต้องการ

ภาพการกดปุ่ม SHIFT + F3

9. ปรับรูปแบบตัวอักษรให้เป็นแบบปกติ (Normal)

โดยการระบายเลือกข้อความแล้วกดปุ่ม CTRL + SHIFT + N ข้อความที่จัดรูปแบบจะถูกปรับให้เป็นรูปแบบปกติ (Normal)

ภาพการกดปุ่ม SHIFT + CTRL + N

10. สลับการทำงานไปยังเอกสารอื่น

ทำได้โดยการกดปุ่ม CTRL + F6 บนคีย์บอร์ด จะทำให้เราสามารถสลับหน้าจอไปยังเอกสารอื่นได้

ภาพการกดปุ่ม CTRL + F6

Related Post

วิธีแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์จาก Google Driveวิธีแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์จาก Google Drive

ผู้ใช้สามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ที่เก็บไว้ใน Google Drive ให้กับใครก็ได้ที่มีบัญชี Google นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ว่าจะให้คนที่แชร์ไฟล์ด้วยกันนั้นสามารถแก้ไข แสดงความคิดเห็น หรืออนุญาตให้ดูไฟล์ได้อย่างเดียว โดยมีขั้นตอนดังนี้ เปิดเบราว์เซอร์ แล้วไปที่ https://drive.google.com/ กรอกบัญชี Google จากนั้นคลิกที่ Next กรอกรหัสผ่าน จากนั้นคลิกที่ Next วิธีแชร์ไฟล์ใน Google Drive นั้นทำได้ 2 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 แชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์เฉพาะบัญชีผู้ใช้ที่ระบุไว้ คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์ คลิกที่ Share

วิธีใช้โปรเจคเตอร์เบื้องต้น ปรับภาพยังไง เชื่อมต่ออย่างไรวิธีใช้โปรเจคเตอร์เบื้องต้น ปรับภาพยังไง เชื่อมต่ออย่างไร

โปรเจคเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญโดยเฉพาะกับการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน การประชุม การนำเสนอ การแถลงข่าว ฯลฯ โปรเจคเตอร์ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนรับชมภาพการนำเสนอไปพร้อมกัน เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด บทความนี้ Mercular.com จะมาแนะนำวิธีใช้โปรเจคเตอร์อย่างถูกวิธี เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งการติดตั้งที่ถูกต้อง การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์/โน๊ตบุ๊ก และการปรับภาพให้พร้อมใช้งาน ผู้ที่มีโปรเจคเตอร์ต้องรู้เอาไว้ การติดตั้งโปรเจคเตอร์ วิธีใช้โปรเจคเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้งไล่ไปถึงการเชื่อมต่อและการปรับภาพ โดยการติดตั้งนั้นต้องเลือกตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม และติดตั้งให้พอดีกับระยะฉายภาพ เลือกตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม การติดตั้งโปรเจคเตอร์ที่ถูกต้องเริ่มจากการเลือกตำแหน่งการวางโปรเจคเตอร์ให้เหมาะสมโดยให้พิจารณาปัจจัยเรื่องขนาดหน้าจอรับภาพ ระยะห่างระหว่างตัวโปรเจคเตอร์กับหน้าจอ ตำแหน่งของปลั๊กเสียบไฟ และตำแหน่งของผู้บรรยาย วิธีที่ง่ายที่สุดคือวางโปรเจคเตอร์ไว้ที่โต๊ะในตำแหน่งด้านหน้ากึ่งกลางจอ อีกวิธีที่นิยมใช้คือแขวนโปรเจคเตอร์ไว้บนเพดานในตำแหน่งด้านหน้ากึ่งกลางจอซึ่งวิธีนี้จะทำให้ไม่มีอะไรมาเกะกะระหว่างหน้าจอกับผู้ชม   อย่างไรก็ตาม บริเวณที่วางโปรเจคเตอร์ควรเป็นพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทเนื่องจากในขณะทำงานโปรเจคเตอร์จะมีความร้อนสูง หากวางในพื้นที่ปิดทึบเช่นในกล่องหรือซอกแคบๆ จะทำให้ความร้อนจากโปรเจคเตอร์ไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลเสียต่อโปรเจคเตอร์ในระยะยาว ติดตั้งให้พอดีกับระยะฉายภาพ โปรเจคเตอร์แต่ละรุ่นจะมีช่วงระยะฉายภาพแตกต่างกัน