YMFTHAI-FAQ Google วิธีแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์จาก Google Drive

วิธีแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์จาก Google Drive

ผู้ใช้สามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ที่เก็บไว้ใน Google Drive ให้กับใครก็ได้ที่มีบัญชี Google นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ว่าจะให้คนที่แชร์ไฟล์ด้วยกันนั้นสามารถแก้ไข แสดงความคิดเห็น หรืออนุญาตให้ดูไฟล์ได้อย่างเดียว โดยมีขั้นตอนดังนี้

เปิดเบราว์เซอร์ แล้วไปที่ https://drive.google.com/

กรอกบัญชี Google จากนั้นคลิกที่ Next

กรอกรหัสผ่าน จากนั้นคลิกที่ Next

วิธีแชร์ไฟล์ใน Google Drive นั้นทำได้ 2 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 แชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์เฉพาะบัญชีผู้ใช้ที่ระบุไว้

คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์

คลิกที่ Share

กรอกบัญชีอีเมลที่ต้องการแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ลงไป

คลิกที่ Editor เพื่อกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์หรือโฟลเดอร์ของผู้ใช้ดังกล่าว

  • Viewer – ผู้ใช้สามารถดูไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวได้อย่างเดียว
  • Commenter – ผู้ใช้สามารถแสดงความคิดเห็นไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวได้อย่างเดียว
  • Editor – ผู้ใช้สามารถแก้ไขไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวได้

นอกจากนี้ถ้าต้องการให้มีการแจ้งเตือนแก่ผู้ที่ได้รับการแชร์ไฟล์ด้วย ให้ติ๊กถูกที่ Notify people จากนั้นคลิกที่ Send

เมื่อเสร็จขั้นตอนแล้ว หากติ๊กถูกที่ Notify people ไว้ ผู้ที่ได้รับการแชร์ไฟล์จะได้รับอีเมลแจ้งว่าสามารถเข้าถึงไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่แชร์ไว้ได้เลยผ่านเมนูแชร์กับฉัน (Shared with me) ใน Google Drive

วิธีที่ 2 แชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ผ่านลิงก์

***หมายเหตุ : ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ เพราะใครก็ตามที่มีลิงก์ บังเอิญได้ลิงก์หรือว่าบังเอิญเป็นแฮกเกอร์แล้วสแกนเจอลิงก์ดังกล่าวเข้า จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเราได้

คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์

คลิกที่ Get link

ระบบจะแสดงลิงก์ที่ใช้ในการแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าว ให้คลิกที่ Viewer เพื่อกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงให้กับคนที่มีลิงก์นี้

  • Viewer – คนที่มีลิงก์นี้สามารถดูไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวได้อย่างเดียว
  • Commenter – คนที่มีลิงก์นี้สามารถแสดงความคิดเห็นไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวได้อย่างเดียว
  • Editor – คนที่มีลิงก์นี้สามารถแก้ไขไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าวได้

คลิกที่ Copy link จากนั้นคลิกที่ Done (นำลิงค์ที่คัดลอกไว้ส่งให้กับบุคคลที่ต้องการแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ดังกล่าว)

Related Post

วิธีตรวจเช็คและกำจัด มัลแวร์ / ไวรัส ในเครื่องคอมพิวเตอร์วิธีตรวจเช็คและกำจัด มัลแวร์ / ไวรัส ในเครื่องคอมพิวเตอร์

Malware คืออะไร        มัลแวร์ (Malware) ย่อมาจากคำว่า Malicious Software โดยเราจะอธิบายคำว่ามัลแวร์ว่าคือโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประสงค์ร้ายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์และเพื่อมาล้วงข้อมูลสำคัญไปจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยมัลแวร์ที่เรารู้จักกันดีก็คือ ไวรัส (Virus) เวิร์ม (Worm) โทรจัน (Trojan Horse) สปายแวร์ (Spyware) คีย์ล๊อกเกอร์ (Key Logger) คุ้กกี้ (Cookie) และการ Malicious Mobile Code

เทคนิคบน Microsoft Word ที่ทำให้เราทำงานได้เร็วมากขึ้นเทคนิคบน Microsoft Word ที่ทำให้เราทำงานได้เร็วมากขึ้น

1. คัดลอกและวางรูปแบบและสีของตัวอักษร (Font style) เลื่อน Cursor มาที่ตัวอักษรหรือข้อความที่ต้องการคัดลอกรูปแบบแล้วกดปุ่ม CTRL + SHIFT + C และระบายเลือกข้อความที่ต้องการทำให้รูปแบบให้เหมือนกับต้นฉบับโดยการกดปุ่ม CTRL + SHIFT + V Advertisement 2. ทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง เลือกที่รูปทุกรูปแล้วไปที่คำสั่ง Compress Picture ใน Tab “Format” จะทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลงอย่างมาก เนื่องจากไฟล์รูปภาพถูกลดขนาดลง 3.

วิธีใช้โปรเจคเตอร์เบื้องต้น ปรับภาพยังไง เชื่อมต่ออย่างไรวิธีใช้โปรเจคเตอร์เบื้องต้น ปรับภาพยังไง เชื่อมต่ออย่างไร

โปรเจคเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญโดยเฉพาะกับการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน การประชุม การนำเสนอ การแถลงข่าว ฯลฯ โปรเจคเตอร์ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนรับชมภาพการนำเสนอไปพร้อมกัน เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด บทความนี้ Mercular.com จะมาแนะนำวิธีใช้โปรเจคเตอร์อย่างถูกวิธี เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งการติดตั้งที่ถูกต้อง การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์/โน๊ตบุ๊ก และการปรับภาพให้พร้อมใช้งาน ผู้ที่มีโปรเจคเตอร์ต้องรู้เอาไว้ การติดตั้งโปรเจคเตอร์ วิธีใช้โปรเจคเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้งไล่ไปถึงการเชื่อมต่อและการปรับภาพ โดยการติดตั้งนั้นต้องเลือกตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม และติดตั้งให้พอดีกับระยะฉายภาพ เลือกตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม การติดตั้งโปรเจคเตอร์ที่ถูกต้องเริ่มจากการเลือกตำแหน่งการวางโปรเจคเตอร์ให้เหมาะสมโดยให้พิจารณาปัจจัยเรื่องขนาดหน้าจอรับภาพ ระยะห่างระหว่างตัวโปรเจคเตอร์กับหน้าจอ ตำแหน่งของปลั๊กเสียบไฟ และตำแหน่งของผู้บรรยาย วิธีที่ง่ายที่สุดคือวางโปรเจคเตอร์ไว้ที่โต๊ะในตำแหน่งด้านหน้ากึ่งกลางจอ อีกวิธีที่นิยมใช้คือแขวนโปรเจคเตอร์ไว้บนเพดานในตำแหน่งด้านหน้ากึ่งกลางจอซึ่งวิธีนี้จะทำให้ไม่มีอะไรมาเกะกะระหว่างหน้าจอกับผู้ชม   อย่างไรก็ตาม บริเวณที่วางโปรเจคเตอร์ควรเป็นพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทเนื่องจากในขณะทำงานโปรเจคเตอร์จะมีความร้อนสูง หากวางในพื้นที่ปิดทึบเช่นในกล่องหรือซอกแคบๆ จะทำให้ความร้อนจากโปรเจคเตอร์ไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลเสียต่อโปรเจคเตอร์ในระยะยาว ติดตั้งให้พอดีกับระยะฉายภาพ โปรเจคเตอร์แต่ละรุ่นจะมีช่วงระยะฉายภาพแตกต่างกัน